วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

เรือหัวโทง o-top

จัดทำโดย


จัดทำโดย

นาย ธีรเดช  กัณหกุล เลขที่ 3


นางสาว ศิรัญญา เหลือบเหลือง  เลขที่ 4


นางสาว ชลันดา เงินบำรุง เลขที่ 9


นางสาว สิรินยา  ชัยมหา  เลขที่ 25


ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6 


เสนอ


อาจารย์  ศุภสัณห์   แก้วสำราญ



รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการสืบค้น


ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต


ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2558

ประวัติความเป็นมา


ประวัติความเป็นมา






           ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา การต่อ "เรือหัวโทง" ของมะตาบ หมั่นค้า ช่างต่อเรือประมงพื้นบ้านในต.คลองประสงค์ ไม่เพียงเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวประมงพื้นบ้านในจ.กระบี่เท่านั้น แม้ในจังหวัดใกล้เคียง อย่างภูเก็ต พังงา ระนอง และตรัง ยังต้องสั่งเรือหัวโทงจากเขามาใช้ในการประกอบอาชีพประมงเช่นกัน ด้วยฝีมือการทำอันละเอียดประณีต สวยงามและมีความทนทานสูง จึงได้รับความนิยมจากผู้ประกอบอาชีพประมงจากทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะทางแถบฝั่งทะเลอันดามัน
   แม้วันนี้จะไม่มีโอกาสได้ยลฝีมือการต่อเรือหัวโทงของมะตาบ แต่เขาก็ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้เทคนิคการต่อเรือหัวโทงทั้งหมด ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน "สมบูรณ์ หมั่นค้า" ที่ปัจจุบันผันตัวเองมารั้งตำแหน่งประธานกลุ่มผลิตเรือหัวโทงจำลองบ้านเกาะกลาง เจ้าของรางวัลโอท็อป 4 ดาวของเมืองกระบี่
 ด้วยความตั้งใจของผู้เป็นบิดาที่ไม่อยากให้เรือหัวโทงต้องสูญหายและต้องการเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ไม่เฉพาะในหมู่ผู้ประกอบอาชีพประมงเท่านั้น จึงมีความคิดต่อเรือหัวโทงจำลองขึ้นเพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ "กีรศักดิ์ ภูเก้าล้วน" ที่พยายามผลักดันให้เรือหัวโทงเป็นสัญลักษณ์ของจ.กระบี่
 สมบูรณ์เผยว่า เรือหัวโทงเป็นเรือที่ต่อขึ้นเพื่อใช้ประกอบอาชีพประมง เกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ แต่รู้ว่าเป็นเรือที่หัวเรือแอ่นงอนเชิดสูง ตั้งขึ้นยื่นยาวออกไปใช้แจวคู่ในการขับเคลื่อน และเริ่มต่อขึ้นมาใช้ครั้งแรกที่บ้านหาดยาว ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ บ้านเกาะกลางซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับต.ตลิ่งชัน จึงรับวัฒนธรรมการต่อเรือนี้มาใช้ในการต่อเรือด้วย
 "ที่จริงเรือหัวโทง ต้นกำเนิดอยู่ที่กระบี่นะ ถ้าคุณไปเห็นเรือหัวโทงที่ระนอง พังงา ภูเก็ต หรือที่ไหนก็แล้วแต่ ล้วนนำไปจากกระบี่ทั้งนั้นแหละ ระนองก็จะมีเรือที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาก็คือเรือหัวตัด ส่วนชุมพร สุราษฎร์ฯ จะเป็นเรือหัวแบน ลงไปทางใต้แถวนราธิวาส ปัตตานี ก็จะเป็นเรือกอและ ซึ่งแต่ละพื้นที่ความเป็นเอกลักษณ์เรือจะไม่เหมือนกัน"
 ส่วนเหตุผลที่เรียกเรือหัวโทงนั้น สมบูรณ์บอกว่า น่าจะมาจากคลื่นลมในทะเลอันดามันค่อนข้างแรง คลื่นสาดสูง เมื่อปะทะกับหัวเรือทำให้น้ำทะเลทะลักลงเรือได้ ด้วยภูมิปัญญาของช่างต่อเรือ จึงทำให้หัวเรือแอ่นงอนเชิดสูงเพื่อให้แหวกคลื่นได้ดีและน้ำไม่สามารถทะลักลงเรือ และการที่มีหัวเรือแอ่นงอนเชิดสูงนี้ จึงเป็นที่มาของคำว่า "เรือหัวโทง"
 " อีกสาเหตุน่าจะมาจากปลาโทงแทง เป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญและทำรายได้หลักให้ชาวประมงในจ.กระบี่ ซึ่งพบมากบริเวณรอบๆ หมู่เกาะพีพี และในท้องทะเลของจ.กระบี่เท่านั้น"

 การรวมกลุ่มผลิตเรือหัวโทงจำลองของสมบูรณ์และสมาชิกในกลุ่มกว่า 30 คน แม้จะเป็นเพียงอาชีพเสริม แต่ก็ทำรายได้ดีกว่าอาชีพทำประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านที่นี่ โดยปัจจุบันสมาชิกมีรายได้จากการผลิตเรือหัวโทงจำลอง เฉลี่ยเดือนละ 1-1.5 หมื่นบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูการท่องเที่ยวด้วย ถ้าเป็นช่วงไฮซีซั่นหรือมีเทศกาลสำคัญยอดการผลิตจะพุ่งสูงถึง 4-5 เท่าตัว 

เรือจำลองวิถีอันดำมันกลุ่มผลิตเรือหัวโทงจำลอง ชุมชนเกาะกลาง จังหวัดกระบี่


เรือจำลองวิถีอันดำมันกลุ่มผลิตเรือหัวโทงจำลอง ชุมชนเกาะกลาง จังหวัดกระบี่


เรือจำลองวิถีอันดำมันกลุ่มผลิตเรือหัวโทงจำลอง ชุมชนเกาะกลาง จังหวัดกระบี่
               ทะเลอันดามันนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามอันนี้ใครๆก็รู้แต่ในอีกด้านหนึ่งมันก็ได้ชื่อว่าเป็นทะเลที่มีความหฤโหดไม่น้อยคุณไม่รู้ความจริงเรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ว่าชาวประมงที่บ้านเกาะกลางที่มีชีวิตที่พึ่งพิงอยู่กับทะเลแห่งนี้ตั้งแต่เกิดจนตายรู้และพวกเขาก็มีวิธีการปรับวิถีชีวิตจนสามารถอยู่ร่วมกับทะเลแห่งนี้ได้อย่างราบรื่นหนทางหนึ่งของชาวบ้านเกาะกลางที่ปรับตัวเข้ากับ คลื่นสูงของทะเลอันดามันก็คือพวกเขาออกแบบเรือหางยาวให้มีรูปทรงยาว สูง หัวเชิด และมีแพนเรือยื่นออกมาทางด้านท้ายเรือเพื่อช่วยยกเรือขึ้นเหนือผิวนํ้าช่วยให้เรือสามารถเผชิญคลื่นสูง ซึ่งเรือนี้มีชื่อเรียกเฉพาะว่า เรือหัวโทงปัจจุบันเรือหัวโทงมีจํานวนลดน้อยลงไปแล้วตามกาลเวลา แต่ว่ามีชาวเกาะกลางอยากอนุรักษ์เรือท้องถิ่นชนิดนี้ เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสในรูปแบบของเรือหัวโทงจําลอง หากคุณอยากรู้ว่าความมหัศจรรย์ของเรือหัวโทงจําลองอยู่ตรงไหนบ้างคุณสามารถไปเรียนการทําเรือหัวโทงแบบจําลองได้กับ สมบูรณ์ หมั่นค้า ประธานกลุ่มเรือหัวโทง จําลองแห่งบ้านเกาะกลางที่เคยผ่านการต่อเรือหัวโทงจริง มาแล้วเขาจะสอนให้คุณเรียนรู้ถึงแต่ละชิ้นส่วนของเรือ อย่างละเอียดให้คุณรู้ว่าทําไมคนเกาะกลางถึงต้องใช้เรือ ชนิดนี้และมันสามารถแล่นผ่านคลื่นสูงในทะเลอันดามันได้อย่างไรนอกจากความรู้ความเข้าใจในสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่นั่นมากขึ้นแล้วกลับบ้านครั้งหน้าคุณยังจะได้เรือหัวโทงที่มีลักษณะพิเศษแห่งเดียวในโลกไปฝากคนที่บ้านเพื่อเป็นของที่ระลึกถึงการปรับตัวในทุกสถานการณ์ที่จะคอยเตือนใจคุณไปอีกนานแสนนานสิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ที่นี่สิ่งแรกๆก็คือเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ทะเลอันดามันจนกระทั่งวิธีการที่พวกเขาต่อเรือหัวโทงซึ่งเป็นเรือ ที่พวกเขาใช้ในชีวิตประจําวัน แม้ว่าเรือ ที่คุณต่อจะเป็นเรือจํำลองแต่มันก็มีกระบวนการในการทําเหมือนกัน

ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย ราคาเเละระยะการทำ


ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย ราคาเเละระยะการทำ






ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย ราคาเเละระยะการทำ

           ผลิตภัณฑ์จะมี 4 แบบคือเรือแจว เรือเครื่องหางยาว เรือตังเกและเรือทัวร์ ถูกสุดจะเป็นเรือแจว ราคาเริ่มตั้งแต่ 450 บาทไปจนถึงหลักหมื่น แต่ที่ขายดีที่สุดก็จะเป็นเรือแจวใส่กล่องแก้วสี่เหลี่ยม ราคา 1,850 บาท แต่ละตัวใช้เวลาการทำประมาณ 2-3 วัน" สมบูรณ์แจงรายละเอียด

  เรือหัวโทงจำลอง ฝีมือสมาชิกกลุ่มผลิตเรือหัวโทงจำลอง ต.คลองประสงค์ อ.เมือง จ.กระบี่ ที่วันนี้ไม่เพียงสร้างรายได้อย่างงามให้ชาวบ้านเกาะกลางเท่านั้น หากแต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของจ.กระบี่ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอีกด้วย


ศูนย์สินค้าโอทอป แหล่งผลิตเรือหัวโทงจำลอง


ศูนย์สินค้าโอทอป แหล่งผลิตเรือหัวโทงจำลอง



ศูนย์สินค้าโอทอป แหล่งผลิตเรือหัวโทงจำลอง

        ผู้ริเริ่มจัดตั้งกลุ่มเรือหัวโทงจำลองบ้านเกาะกลาง มีความตั้งใจที่จะจัดตั้งกลุ่มเรือหัวโทงจำลอง ด้วยความชำนาญในการต่อเรือหัวโทงด้วยประสบการณ์ในการต่อเรือมากกว่า 50 ปีและเรือหัวโทงได้อยู่คู่กับจังหวัดกระบี่มาช้านาน จึงอยากให้ลูกหลานได้รู้จักและรักษาเรือหัวโทงไว้ไม่ให้สูญหายไป 
ซึ่งแต่เดิมได้มีแนวคิดและประดิษฐ์เรือหัวโทงจิ๊วขึ้นมาเก็บไว้ภายในบ้าน เป็นการอนุรักษ์และเป็นกิจกรรมยามว่าง จนทางภาครัฐได้เล็งเห็นผลงานจึงได้นำผลงานเข้าร่วมโครงการสินค้าโอทอป
จึงเกิดความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ความสามารถให้กับเยาวชนรุ่นหลังได้สืบต่อเกี่ยวกับ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่หาซื้อไม่ได้จากที่ไหน และตั้งใจเผยแพร่เรือหัวโทงจากการผลิตจากกลุ่มเรือหัวโทงจำลองของหมู่บ้านเกาะกลาง เป็นผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น “การผลิตเรือหัวโทงจำลอง” ณ หมู่บ้านเกาะกลาง ให้ลูกหลานได้มีงานและมีความสามารถสืบต่อไป”

กลุ่มเรือหัวโทงจำลองบ้านเกาะกลางได้ผลิตเรือหัวโทงจำลองอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์จากการออกร้านและการให้การสนับสนุนจากภาครัฐเป็นอย่างดีและต่อเนื่องทำให้กลุ่มเรือหัวโทงจำลองเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในฐานะผลิตภัณฑ์โอทอปของจังหวัดกระบี่ต่อสายตานักท่องเที่ยวและกลุ่มผลิตภัณฑ์โอทอปจากจังหวัดต่าง ๆ ที่เข้าร่วมเป็นอย่างดี รวมถึงผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่งด้วยความก้าวหน้าของกลุ่มเรือหัวโทงจำลองบ้านเกาะกลาง ปัจจุบันได้มีนักท่องเที่ยว,นักศึกษาและสมาชิกในกลุ่มโอทอปของจังหวัดต่าง ๆ ได้เข้าเยี่ยมชมการผลิตเรือหัวโทงจำลอง ณ บ้านเกาะกลาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ อย่างต่อเนื่องและเป็นจำนวนมาก

การเดินทาง


การเดินทาง



การเดินทาง
รถประจำทาง : จากสถานีขนส่งจังหวัดกระบี่เดินทางต่อด้วยรถประจําทางสีขาวไปท่าเรือเจ้าฟ้าเพื่อต่อเรือเข้าไปที่ชุมชนบ้านเกาะกลางเมื่อถึงท่าเรือสามารถเรียกรถสามล้อพ่วงข้างเพื่อเดินทางไปยังกลุ่มผลิตเรือหัวโทงจําลองชุมชนบ้านเกาะกลางได้เลย
เครื่องบิน : จากกรุงเทพฯสามารถขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่โดยมีสายการบินให้บริการเที่ยวบินตรงสู่จังหวัดกระบี่ทุกวันจากนั้นเรียกรถรับจ้างไปที่ท่าเรือสะพานเจ้าฟ้าแล้วเดินทางต่อด้วยเรือหัวโทงรับจ้างไปยังชุมชนบ้านเกาะกลางใช้เวลาเดินทาง10-15 นาที ซึ่งจะคอยวิ่งรับส่งผู้โดยสารจากท่าเทียบเรือสะพานเจ้าฟ้าช่วงเวลาที่เหมาะสม ช่วงไฮซีซั่นของจังหวัดกระบี่คือระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน 


รางวัลที่เคยได้รับ


รางวัลที่เคยได้รับ

รางวัลที่เคยได้รับ
รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2550 โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย