ประวัติความเป็นมา
ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา การต่อ
"เรือหัวโทง" ของมะตาบ หมั่นค้า
ช่างต่อเรือประมงพื้นบ้านในต.คลองประสงค์
ไม่เพียงเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวประมงพื้นบ้านในจ.กระบี่เท่านั้น
แม้ในจังหวัดใกล้เคียง อย่างภูเก็ต พังงา ระนอง และตรัง ยังต้องสั่งเรือหัวโทงจากเขามาใช้ในการประกอบอาชีพประมงเช่นกัน
ด้วยฝีมือการทำอันละเอียดประณีต สวยงามและมีความทนทานสูง
จึงได้รับความนิยมจากผู้ประกอบอาชีพประมงจากทั่วทุกสารทิศ
โดยเฉพาะทางแถบฝั่งทะเลอันดามัน
แม้วันนี้จะไม่มีโอกาสได้ยลฝีมือการต่อเรือหัวโทงของมะตาบ แต่เขาก็ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้เทคนิคการต่อเรือหัวโทงทั้งหมด
ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน "สมบูรณ์
หมั่นค้า"
ที่ปัจจุบันผันตัวเองมารั้งตำแหน่งประธานกลุ่มผลิตเรือหัวโทงจำลองบ้านเกาะกลาง
เจ้าของรางวัลโอท็อป 4 ดาวของเมืองกระบี่
ด้วยความตั้งใจของผู้เป็นบิดาที่ไม่อยากให้เรือหัวโทงต้องสูญหายและต้องการเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
ไม่เฉพาะในหมู่ผู้ประกอบอาชีพประมงเท่านั้น
จึงมีความคิดต่อเรือหัวโทงจำลองขึ้นเพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน
โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ "กีรศักดิ์
ภูเก้าล้วน" ที่พยายามผลักดันให้เรือหัวโทงเป็นสัญลักษณ์ของจ.กระบี่
สมบูรณ์เผยว่า
เรือหัวโทงเป็นเรือที่ต่อขึ้นเพื่อใช้ประกอบอาชีพประมง
เกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ แต่รู้ว่าเป็นเรือที่หัวเรือแอ่นงอนเชิดสูง
ตั้งขึ้นยื่นยาวออกไปใช้แจวคู่ในการขับเคลื่อน
และเริ่มต่อขึ้นมาใช้ครั้งแรกที่บ้านหาดยาว ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่
บ้านเกาะกลางซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับต.ตลิ่งชัน
จึงรับวัฒนธรรมการต่อเรือนี้มาใช้ในการต่อเรือด้วย
"ที่จริงเรือหัวโทง ต้นกำเนิดอยู่ที่กระบี่นะ
ถ้าคุณไปเห็นเรือหัวโทงที่ระนอง พังงา ภูเก็ต หรือที่ไหนก็แล้วแต่
ล้วนนำไปจากกระบี่ทั้งนั้นแหละ
ระนองก็จะมีเรือที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาก็คือเรือหัวตัด ส่วนชุมพร สุราษฎร์ฯ
จะเป็นเรือหัวแบน ลงไปทางใต้แถวนราธิวาส ปัตตานี ก็จะเป็นเรือกอและ
ซึ่งแต่ละพื้นที่ความเป็นเอกลักษณ์เรือจะไม่เหมือนกัน"
ส่วนเหตุผลที่เรียกเรือหัวโทงนั้น สมบูรณ์บอกว่า
น่าจะมาจากคลื่นลมในทะเลอันดามันค่อนข้างแรง คลื่นสาดสูง
เมื่อปะทะกับหัวเรือทำให้น้ำทะเลทะลักลงเรือได้ ด้วยภูมิปัญญาของช่างต่อเรือ
จึงทำให้หัวเรือแอ่นงอนเชิดสูงเพื่อให้แหวกคลื่นได้ดีและน้ำไม่สามารถทะลักลงเรือ
และการที่มีหัวเรือแอ่นงอนเชิดสูงนี้ จึงเป็นที่มาของคำว่า "เรือหัวโทง"
" อีกสาเหตุน่าจะมาจากปลาโทงแทง
เป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญและทำรายได้หลักให้ชาวประมงในจ.กระบี่ ซึ่งพบมากบริเวณรอบๆ
หมู่เกาะพีพี และในท้องทะเลของจ.กระบี่เท่านั้น"
การรวมกลุ่มผลิตเรือหัวโทงจำลองของสมบูรณ์และสมาชิกในกลุ่มกว่า 30 คน แม้จะเป็นเพียงอาชีพเสริม
แต่ก็ทำรายได้ดีกว่าอาชีพทำประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านที่นี่
โดยปัจจุบันสมาชิกมีรายได้จากการผลิตเรือหัวโทงจำลอง เฉลี่ยเดือนละ 1-1.5 หมื่นบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูการท่องเที่ยวด้วย
ถ้าเป็นช่วงไฮซีซั่นหรือมีเทศกาลสำคัญยอดการผลิตจะพุ่งสูงถึง 4-5 เท่าตัว